“สาลิกา” เบี้ยน้อยหอยน้อย

 

ในขณะที่ทีมในพรีเมียร์ลีกต่างใช้เงินซื้อนักเตะกันอย่างกระหน่ำ แต่ทางนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมทางแถบอีสานของอังกฤษกลับใช้นโยบายมีน้อยใช้น้อย ใช้สอยประหยัดเสียเหลือเกิน เนื่องจากพวกเขายังมีปัญหาด้านการบริหาร และการซื้อขายสโมสรที่ยังไม่ลงตัวซักที ทำให้ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือคนเก่งชาวสเปนไม่สามารถใช้เงินซื้อนักเตะได้อย่างตามใจชอบ จนถึงขั้นต้องขายนักเตะออกจากทีมไปก่อนด้วยซ้ำ ถึงจะสามารถหาซื้อนักเตะใหม่เข้ามาได้ และไปหาสอยนักเตะที่หมดสัญญากับสโมสรอื่นๆ มาร่วมทีมแทน ซึ่งถือเป็นงานที่ยากลำบากสำหรับกุนซือที่เคยพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาแล้ว และคงต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานทีเดียว จนกว่าจะมีการเทคโอเวอร์สโมสรเรียบร้อย

ในซัมเมอร์นี้พวกเขาต้องขายมิเกล เมริโน่ กองกลางตัวหลักเมื่อฤดูกาลที่แล้วออกไปให้กับเรอัล โซเซียดาด  10 ล้านปอนด์ และแชนเซล เอ็มเบ็มบ้า กองหลังตัวเก่งชาวคองโกที่ปล่อยให้กับเอฟซี ปอร์โต้ในโปรตุเกสอีกราย และได้มา 7 ล้านปอนด์ ทำให้กุนซือชาวสเปนมีเงินมาหวุนเวียนซื้อนักเตะเข้าสโมสร โดยรายแรกพวกเขาไปสอยกี ซองยอง กองกลางทีมชาติเกาหลีใต้ที่หมดสัญญากับสวอนซี ซิตี้มาร่วมทีมพอดี มาร่วมทีมหลังทีมเกาหลีใต้ตกรอบแรกฟุตบอลโลกได้ไม่นาน และเมื่อเร็วๆ นี้ก็ไปคว้าฟาเบียน ชาร์ กองกลางชาวสวิตเซอร์แลนด์จากเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่าในสเปน โดยการที่นิวคาสเซิ่ลยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาสุดถูกเพียง 3.6 ล้านปอนด์เท่านั้น และล่าสุดเหมือนจะตกลงค่าตัวกับโยชิโนริ มุโตะ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นกับไมนซ์ 05 ทีมในบุนเดสลีก้าได้แล้วด้วยราคาประมาณ 9 ล้านปอนด์ เพื่อแก้ปัญหากองหน้าของทีมที่ปืนฝืด และไม่เฉียบขาดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งพวกเขาทำได้เพียง 38 ประตูเท่านั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเฉลี่ยนัดละ 1 ประตูเท่านั้น และดาวซัลโวสูงสุดคืออโยเซ่ เปเรซ สามารถทำได้เพียง 8 ประตูเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถฝากความหวังการทำประตูไว้กับใครได้เลย แต่ยังดีที่ด้วยระบบของราฟา เบนิเตซ ทำให้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยังอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และสามารถจบอันดับ 10 ของพรีเมียร์ลีกได้อีกด้วย ทั้งๆ ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาจากแชมเปี้ยนชิปเมื่อฤดูกาลก่อน

ฤดูกาลนี้ก็คงจะต้องมีเป้าหมายคือการรอดพ้นจากการตกชั้นต่อไปก่อน ซึ่งคงต้องพึ่งฝีมือของราฟาเอล เบนิเตซเป็นอย่างมากเช่นเคย